กลับมาแล้ว ครับ ไม่ได้ไปติดหิมะ หรือหลงสาวอยู่ที่ฮาร์บิน แต่ติดงานครับ คงได้เริ่มภารกิจดองบล๊อกกันอีกรอบ แต่ยังไงขอมาเล่าเรื่องพี่หลินให้จบแล้วกันครับ
 
คงต้องเล่าให้จบในคราวเดียวเลย ไม่งั้นเดี๋ยวได้ดองอีกนานแน่ๆ ฉะนั้น ยาวหน่อยนะครับ entry นี้ อดทนอ่านกันหน่อยนะครับพี่น้อง!!
 
 
ความเดิมตอนที่แล้ว
 
 
หลังจากที่คราวที่แล้วตัดเรื่องจบแบบแบบหัวทิ่มกันไป ขอ flashback ย้อนกลับไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น (จินตนการว่าดูหนังอยู่แล้วกันนะครับ จะได้ไม่เซ็งผมไปซะก่อน )
 
 
 
ที่ เซี่ยงไฮ้ก็พึ่งจะเริ่มมีระบบเก็บเงินทางด่วนอัตโนมัติเหมือนบ้านเราครับ คิดว่าติดระบบนี้ขึ้นมาเพื่อรับงาน expo นี่แหละ ที่นี่เค้าเรียกว่า ETC - Electronic Toll Collection อะไรประมาณนั้นแหละ
 
 
จาก บ้านผมไปที่office นี่ต้องใช้ทางด่วนทุกวัน วิ่งบน highway ประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าทางด่วนก็แพงมวากกกกกกกกก ทุกวันต้องเสียค่าทางด่วน 75 หยวน ก็ตกเกือบๆ 400 บาทไทย
 
ETC จะช่วยผม (จริงๆแล้วช่วย บริษัท เพราะผมเบิกหมด ) ประหยัด ไปได้นิดนึง และจะช่วยประหยัดเวลาไปมากๆ แถมไม่ต้องนั่งเอาใบเสร็จมาแปะเป็นหน้าๆ เวลาจะทำเรื่องเบิก ผมเลยสั่งให้พี่หลินไปซื้อ ETC มาซะ ผมให้ไป1000 หยวน บอกว่าเงินที่เหลือจากค่า ETC ทั้งหมดก็เติมเงินมาให้เรียบร้อย เย็นวันนั้นพี่หลินก็กลับมาพร้อมใบเสร็จ บอกว่าค่า ETC 430 หยวน และเติมเงินไป 570 หยวน...
 
 
พอ ผมไปทำเรื่องเบิกกับ Project Manager... ผมเรียกพี่ R แล้วกัน.. พี่ R เป็นคนแคนาดา เป็น expat มาแล้วรอบโลก มีประสบการณ์ deal กับคนขับรถมาแล้วหลายประเทศ (เค้าบอกว่า บางที deal กับคนขับ ยากกว่า project อีก...) พอพี่ R เห็นใบเสร็จ ก็เรียกผมไปคุย พร้อมโชว์ใบเสร็จของ ETC ที่เค้าซื้อว่า ของเค้ามันแค่ 150 หยวนเอง!! (จำตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้แต่ว่าถูกกว่ามากๆ) แล้วใบเสร็จปลอมในจีนนี่หาซื้อกันได้ง่ายๆเหมือนซื้อlotteryเลยครับ
 
 
 
ฉิบหายอีกแล้วครับไอ้พี่หลินครับ  มึงไปเอา ETC จากประเทศไหนมาให้กรูวะครับ
 
 
 
 
พี่ R บอกว่า ให้ผมไปจัดการเอาเองว่าจะทำยังไง... ซึ่งหลักการของบริษัทผมเนี่ย ยอมอะไรก็ยอมได้ แต่เรื่อง integrity... ผิดนิดเดียวก็ไม่ได้ครับ
 
 
คงต้องให้ออก....
 
 
 
เกิดมาไม่เคยไล่ใครออกเลยครับ เคยอย่างมากก็ไล่กลับบ้าน... (แถมสุดท้ายมันก็ไม่กลับอีกต่างหาก )
 
 
 
ผม ใช้เวลาคิดอยู่สองวัน ก่อนจะตัดสินใจพูดกับพี่หลิน... โดยเลือกเอาจังหวะที่ใกล้ๆจะถึงบ้านแล้วครับ ไม่กล้าพูดกลางทาง เดี๋ยวกลับไม่ถึงบ้าน ในใจผมก็หวังอยู่ลึกๆว่าพี่แกคงมีคำอธิบายดีๆ...
 
 
ผม ก็ลองถามก่อนว่า ทำไมค่าETC มันแพงจัง.. พี่หลินแกอึกอักๆอยู่พักใหญ่ๆครับ... ตอนนั้นในใจผมก็รู้สึกไม่ดีและ... พูดไม่ออกแบบนี้ มึงโกงแน่ๆ
 
 
 
ผมก็นั่งรอฟังคำอธิบายจากพี่หลิน... พอรถติดไฟแดง พี่หลินก้มตัวลงไปควานหาอะไรสักอย่างจากใต้เบาะ!!!!
 
 
 
เชี่ยยยยย อย่ายิงกรูน๊าาาาาาาาาาาาาาา  
 
 
 
 
 
พี่ หลินหันกลับมาพร้อมกับ talking dict... และพยายามกดหาคำอธิบาย เพราะแกไม่รู้จะพูดยังไง สุดท้ายจับใจความได้ว่า... ไอ้ราคาที่พี่ R ซื้อมาถูกๆเพราะมันอยู่ในช่วงโปรโมชั่น... ส่วนผมซื้อหลังจากพี่ R หลายเดือน หลังงาน expo ด้วย promotion มันหมดไปแล้ว....
 
 
 
เฮ้อ.... ใจหายใจคว่ำ สุดท้ายก็รอดไป ทั้งพี่หลิน และตัวผมครับ...
 
 
 
 
 
 
ตัดภาพกลับมาคืนที่พี่หลิน คืนเงินผม....
 
 
 
 
วัน ถัดมาหลังจากส่งผมที่office พี่หลินบอกว่าต้องกลับเข้าเซี่ยงไฮ้ เพราะต้องเอารถ ไปเข้าศูนย์ เช็คไมล์ ผมก็บอกว่า โอเค แต่ต้องกลับมารับผมประมาณสี่โมง เพราะวันนั้นผมมีธุระต้องกลับเข้ามาทำในเมือง
 
 
ประมาณบ่ายสอง โทรศัพท์ดัง... พี่หลินโทรมา เสียงดูลนลาน พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยรู้เรื่อง ผมเลยส่งให้เพื่อนคนจีนคุย....
 
 
 
พี่หลินขับรถชนคนขับมอเตอร์ไซค์!!
 
 
ตอนนี้คนโดนชนยังนอนแน่นิ่งอยู่บนถนน
 
 
 
 
 
ฉิบหายอีกแล้วครับ ไอ้พี่หลินครับ
 
 
ผมสั่งให้โทรเข้ามารายงานเรื่อยๆว่าสถารการณ์เป็นยังไง คนเจ็บเป็นยังไง (แต่ให้โทรหาคนจีนนะครับ เพราะตอนนั้นพี่หลินพูดอังกฤษไม่รู้เรื่องแล้ว)
 
 
สรุป ว่า คนเจ็บก็นอนโรงบาลไป ส่วนพี่หลินโดนพักงานไปสองวัน ในระหว่างรถโดนตำรวจยึดไปทำการสอบสวน และเอาไปซ่อมพี่หลินต้องจ่ายเงินค่ารถสำรองให้บริษัท สรุปแล้วได้ข่าวมาว่าแกเสียเงินไปเยอะพอสมควรครับ โดยเฉพาะค่าคนเจ็บเนี่ย
 
คงเป็นช่วงดวงตกของแก เพราะไม่กี่อาทิตย์ก่อน แม่แกพึ่งป่วยเข้าโรงพยาบาลไป
 
 
พี่ๆ expat คนอื่นๆก็มาแนะนำว่าควรจะเปลี่ยนคนขับรถนะ ผมก็ว่า เอาน่า อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะประเทศที่คนขับรถเหี้ยๆแบบประเทศนี้... (ขอโทษ ที่ต้องใช้คำรุนแรง แต่หลังจากอยู่มา 5 เดือนผมไม่สามารถหาคำอื่นมาอธิบายพฤติกรรมการขับรถที่นี่ได้จริงๆ... ถ้าอินเดียขับรถ เลวๆ ที่นี่มันเป็นขั้นกว่าอีกสองขั้นครับ)
 
 
 
เวลาผ่านไปอีก 1 อาทิตย์...
 
 
ระหว่างอาหารกลางวัน พี่ M expat จากฟิลิปปินส์ บอกว่า คนขับรถเค้าเล่าให้ฟังว่าเมื่อคืนพี่หลินขับรถชนอีกแล้วนะ....
 
 
 
ฉิบหายซ้ำแล้วซ้ำเล่านะครับไอ้พี่หลินครับบบบบบบ
 
 
 
เย็นวันนั้นพอพี่หลินส่งผมถึงบ้าน ผมก็ถามไปว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
 
หน้าพี่หลินก็กลายเป็นแบบนี้  
 
 
ถามผมว่า ใครบอกมา... แหล่งข่าวต้องได้รับการปกป้องครับ ผมก็บอกว่าได้ยินคนเค้าพูดๆกัน แล้วมันจริงรึเปล่า
 
พี่หลินก็ยอมรับ แบบหน้าซีดๆ.... คราวนี้คงเสียตังอีกแล้วนะพี่หลินนะ...
 
 
 
วันถัดมาระหว่างอาหารกลางวัน expat ทั้งหมดของโปรเจค (เรามี expat ทั้งหมด 6 คนจาก 5 ประเทศ) มาคุยกับผม บอกว่า คุณควรจะเปลี่ยนคนขับรถเดี๋ยวนี้ มันไม่คุ้มที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยงนะ...
 
 
ผม มานั่งคิดๆดูแล้ว... ถ้าผมเปลี่ยนคนขับตอนนี้ ผมมั่นใจว่าพี่หลินตกงานชัวร์ เพราะsupply ของคนขับรถในเซี่ยงไฮ้ มันมีมากเกิน demand อยู่เยอะ โดยเฉพาะหลังงาน expo
 
 
พี่หลินพึ่งจ่ายเงินไปหลายพันหยวนจากอุบัติเหตุทั้งหมด... แม่ยังนอนโรงบาลอยู่ และต้องรักษาตัวอีกพักใหญ่....
 
 
 
เย็นวันนั้นพอรถจอดที่บ้านผม ผมตัดสินใจคุยกับพี่หลิน...
 
 
 
ผม: ยังอยากครับรถให้ผมอยู่ไม๊??
 
พี่หลิน: (พยักหน้า หงึกๆ สีชมพูบนหน้าจางลงไป 50%)
 
ผม: ตอนนี้ทางบริษัทอยากให้ผมเปลี่ยนคนขับรถแล้ว เพราะพี่เล่นซัดคนซะสองคนภายในสองอาทิตย์ ดีที่มันไม่เกิดตอนผมอยู่บนรถด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวเรื่องจะยาวกว่าเดิม
 
พี่หลิน: (พยักหน้า หงึกๆ ตอนนีหน้าซีดแล้ว)
 
ผม: แต่ผมจะให้โอกาสพี่อีกรอบนะ แต่มีข้อตกลงว่า ห้ามคุยโทรศัพท์เวลาขับรถ (พี่หลินติดโทรศัพท์มาก มีสองเครื่องแหนะ แถมมีคนโทรมาตลอด ดูยุ่งกว่ากูอีกนะ) ห้ามขับรถแซงไปแซงมา และถ้ามีอุบัติเหตุอีกครั้งเดียว... ถึงจะแค่ถอยชนเสา รถสีถลอก... พี่ไปเลยนะ กูไม่ช่วยมึงแล้วนะ
 
พี่หลิน: (พยักหน้า หงึกๆ สีที่หน้าเริ่มกลับขึ้นมาอีกนิดนึง พร้อมกับรอยยิ้มบนในหน้า)
 
 
 
หลังจากนั้นพี่หลินทำตัวน่ารักขึ้นมากครับ (เริ่มกลับมาเรียกผมว่า sir หลังจากไม่เรียกมานานหลังรู้อายุผม) ขับรถดีขึ้น (แต่ตอนนี้เริ่มออกอาการเหวี่ยงๆนิดนึงแล้ว...) ดูอารมณ์ดีขึ้น (ก่อนหน้านี่บางทีเหมือนผู้ชายมีเมนส์ เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย)
 
ส่วนเพื่อนๆคนจีนในโปรเจคเข้ามาตบไหล่ผม บอกว่า คุณใจดีมาก เพราะว่าถ้าเป็น expat คนอื่นคงไล่ออกกันไปหมดแล้ว (คนlocal ที่นี่ดูเห็นใจคนขับรถมาก ขนาดเวลาไปกินข้าวด้วยกัน เค้ายังเรียกพี่หลินลงไปกินด้วยเลยบางที)
 
 
หวังว่าตอนนี้เรื่องราวระหว่างผมกับพี่หลินคงราบลื่นขึ้นมากกว่าเดิมนะครับ ผมจะได้นั่งรถอย่างสบายใจสักที...
 
 
 
 
ล่าสุด... เย็นวันอาทิตย์ หลังจากพี่หลินส่งผมที่บ้าน... พี่หลินหันมายิ้มตาหยี...
 
 
 
 
 
 
แล้วขอยืมเงินผมอีกแล้วครับ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

@น้องเม; ไม่ต้องเสียใจที่มาช้าครับ ถ้าไม่ได้ ems จากน้องเมมาทวง entry นี้อาจจะไม่ได้เกิด :D
ขอบคุณสำหรับคำอวยพร และขอให้ย้อนกลับไปที่น้องเมเช่นกัน

เรื่องover time นี่เป็น โอฟรีครับ ไม่ได้ โอที 555

@Fatty Aunt กับ พี่ยะ; ผมก็ว่าเรื่องของพี่หลินคงไม่ได้มีอะไรสำคัญหรอก คงเหงาแหละ วันๆนั่งรอผมทั้งวันเลยหาเพื่อนคุย 555 แต่มีวันนึงที่โทรศัพท์เข้ามาแล้วหน้าตาตื่น เพราะแม่ป่วย เข้าโรงบาล และเห็นช่วงนี้คุยกับพ่อ กับแม่บ่อยๆ ผมเลยอนุโลมให้ว่า ใหัรับโทรศัพท์ได้ถ้าเป็นสายสำคัญ (แต่ผมฟังไม่ออกอยู่ดี ว่ามันสำคัญจริงรึเปล่า แต่ส่วนใหญ่ เดี๋ยวนี้พี่หลินก้อจะกดตัดสายทิ้งแล้ว)

update: ตอนนี้มี expat คนนึงเตรียมจะไล่คนขับรถออกหลังตรุษจีนนี้แล้วครับ.... พี่หลินได้เสียวสันหลังแน่ๆ เด๋วผมจะเอาไปขู่ 555

#9 By Shanghai Expat... on 2011-01-14 08:31

พวกรับๆสายนี่ ไปฟังดูจริงๆ ไม่มีเรื่องอะไรหรอก
เคยแอบตั้งใจฟัง แอ๊ดมิน ตอนทำงานที่ใต้

ไร้สาระมาก

รับปั๊บ ชีจะออกไปคุยตรงโถงลิฟท์ มันเงียบๆดี สัญญาณแรง และไม่มีคนได้ยิน

ไปยืนฟัง...

หมาป่วย
น้องหลงทาง (หาสายรถเมล์กลับบ้านไม่ถูก)
เทศบาลไม่มาเทขยะ
เครื่องกรองน้ำเสีย
ฯลฯ

ซึ่งมันเป็นเรื่องที่กลับไปค่อยคุยกันก็ได้ทั้งนั้น
ไม่รู้จะโทรมา ทำเสียงตื่นทำไม
แม่ง..บ้ากันทั้งบ้าน ยัยแอ๊ดมินนี่ก็ยิ่งไม่ค่อยเต็มบาทอยู่

รำคาญหนักๆเข้า เลยไล่ออกซะเลย
กลับไปเฝ้าบ้านป่ะ จะได้ควบคุมทุกอย่างได้


น่ารำคาญจริงๆนะ อยู่ที่ทำงาน ไม่คุยเรื่องงานเนี่ย

#8 By ใครถามยะ on 2011-01-10 16:23

เรื่องรับโทรศัพท์ขณะขับรถนี่ เซ็งมาก
เคยนั่งรถของคนในบริษัทออกไปทำงาน
มันโทรศัพท์เข้า เยอะกว่า เราอีก
ทั้งๆที่ตำแหน่งและลักษณะงาน มันเป็นช่าง
เราอยู่ฝ่ายขายและบริการลูกค้า

พอรับโทรศัพท์ก็เริ่มขับได้น่ากลัว
จนครั้งนึงทนไม่ไหว เลยด่าไปว่า
"รับๆสายนี่ ขายได้กี่ล้านวะ บีซี่กว่าตูอีก"

#7 By Fatty Aunt on 2011-01-10 11:42

มาช้าอ๊าาา
เมื่อวานไม่ได้เปิดคอมตอนเย็น

แหม พี่หลินก็นะ
อ่านแล้วคิดอยู่สองอย่าง
1.พี่หลินกำลังอยู่ในช่วงขาลงอย่างแรง
2.แต่พี่หลินก็ยังโชคดีที่ได้เจอกับพี่ล่ะนะ
อันนี้โชคดีมาก
3.พี่โคตรใจดีอ่ะ ถ้าพี่หลินได้คู่กับคนอื่นนี่โดนเด้งแน่ๆ
เพราะหาคนขับรถใหม่นี่ง่ายนิดเดียว
แล้วพี่หลินเค้าก็จะซวยไป หางานใหม่นี่ท่าจะยากกกส์ส์ส์
งานที่จีนมันหาไม่ได้ง่ายๆอย่างแน่นอน -*-

ปล.สวัสดีปีใหม่ค่ะ
I hope that you have a lot of good luck and happy life
^ เน้นๆค่ะ ตรง good luck กับ happy เนี่ย 555

ปล.2 ทำงานทั้งวันทั้งคืน เพราะว่าต้อง deal กับคนต่าง time zone กัน
ทั้งวันพอว่า ทั้งคืนนี่..เช้ามาเป็นหมีแพนด้าเลยนะ
พี่ทำงานหนักขนาดนี้จะได้ค่า overtime มั๊ยเนี่ย...
สถิติของคนขับ 2ครั้ง ใน2สัปดาห์ ก็อีก
บริษัทจะต้องบวกเงินเพิ่มให้เป็นค่าเสี่ยงชีวิตไปทำงาน
รวยเละเลยพี่ กร๊ากกกก cry

#6 By เม on 2011-01-10 09:51

สวัสดีปีใหม่ทุกๆคนนะครับ confused smile

@keaaaa; ขอบคุณสำหรับคำชมและดรากอนบอลครับ confused smile ตอนจบนี่เป็นเรื่องจริง ไม่อิงนิยายเลย

@bakabo; ครั้งนี้ผมให้ไปครับ เพราะสงสัย แกช่วงนี้คงไม่ค่อยมีตัง แต่ผมบอกไปว่า นี่ครั้งสุดท้ายและนะ

@พี่ยะ; บริษัทคงดีใจถ้าผมขอแบบนั้นครับ เพราะออฟฟิสอยู่บ้านนอก และค่าเช่าบ้านแพงกว่าที่ผมอยู่ปัจจุบันหลายเท่า 555 ข้อดีของการมีคนขับคือได้หลับบนรถ และไม่ต้องหาที่จอด แต่เอาชีวิตเข้าแลก

@11th line; ใช้แล้วครับ ถ้าพี่แกยังมีปัญหาอีก ผมจะได้ไม่รู้สึกผิดเวลาลงดาบแล้วครับ ขอบคุณสำหรับคำอวยพร และสวัสดีปีใหม่ครับ confused smile

#5 By Shanghai Expat... on 2011-01-09 23:25

ผมว่าการซื้อใจ
น่าจะใช้ได้ผลทุกชนชาตินะครับ
ที่คุณช่วย ในยามเขาลำบาก
เขาน่าจะปรับตัว เพราะได้ใจมาซะขนาด
แต่ถ้าไม่ปรับ
คุณก็สามารถแยกโดยไม่ต้องรู้สึกผิดแล้วนี่ครับ
เหมือนไว้ชีวิตนักโทษประหาร
แล้วมันเสือกไปค้ายาอีก
ก็ สั้นๆครับ
สมควร


ปล. ขอให้ พี่หลินขับรถดีขึ้น และคุณเดินทางปลอดภัยครับ สวัสดีปีใหม่ครับ ช้านิดนึงคงไม่ถือกัน
เป็นพี่
จะขอเปลี่ยน Benefit เรื่องคนขับรถและรถที่ให้มาเป็นที่พักข้างๆออฟฟิส

แล้วกุจะเดินไปทำงานค่ะ



ไม่ได้ขับเองพี่ไม่ใว้ใจใครทั้งนั้น sad smile

#3 By ใครถามยะ on 2011-01-09 22:30

ถ้าให้โอกาสคนแล้วปรับปรุงตัวขึ้นได้ก็ดีคะ
แต่เรื่องยืมเงินนี่ แย่นา sad smile

#2 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2011-01-09 19:36

คุณเป็นคนใจดีมากครับ

จริง ๆ นะ ถ้าเป็นคนอื่นเค้าคงไม่เอาไว้แน่ ๆ

ปล . แต่ผม ยังเหมือนกับคุณอยู่อย่าง เป็นผมคงให้โอกาสเค้าครับ big smile

แต่ถ้าหลังจากนี้มีอีก คงไม่แล้วเช่นกัน



ปล. จบได้ฮามาก

เอาดราก้อนบอลไป Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By kae on 2011-01-09 19:09