หนึ่ง ในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ผมชอบที่สุดคือ พระอาทิตย์ตกครับ ผมว่ามันเป็นอะไรที่สวยที่สุดในโลกเลย สีบนท้องฟ้ามันสวยเกินกว่าที่มนุษย์เราจะจำลองมาได้ ผมเคยบ้าขนาดว่าขับรถไล่ตามถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเปลี่ยนสีตามหาดต่างๆที่ภูเก็ตอย่างเมามัน (เพื่อนๆคนไหนเล่น lomo ลองถ่ายพระอาทิตย์ตกแบบย้อนแสง แล้วเอาไปล้าง cross ดูครับ แจ่มมากๆ โดยเฉพาะจาก กล้อง LCA) นอกจากความสวยแล้ว ผมว่ามันเป็นอะไรที่โรแมนติกมากๆ ถ้าได้นั่งดูพระอาทิตย์ตกกับคนข้างๆ


 


คนเซี่ยงไฮ้ก็นิยมไปชมพระอาทิตย์ตกกันครับ… แต่ต่างจากชาติอื่นๆคือ คนที่นี่เค้าไปรอดูพระอาทิตย์ตกกันทางทิศตะวันออก…

 


 

 

จริงนะครับไม่ได้โม้!! 


 

 

คนเซี่ยงไฮ้ไม่ ได้เพี้ยนหรอกครับ แต่ว่าที่เค้าไปยืนรอกันทางทิศตะวันออกเพราะว่ามันคือจุดชมวิวอันดับหนึ่ง ของเซี่ยงไฮ้ครับ ตรงนั้นคือ The Bund เป็นพื้นที่เปิดโล่งริมแม่น้ำหวงผู่ทางฝั่งผู่ซี มองข้ามแม่น้ำไปฝั่งผู่ตงจะเจอสัญลักษณ์ของเซี่ยงไฮ้ คือ อาคาร Pearl Tower นั่นเอง และจะมีตึกสูงระฟ้ามากมาย รวมทั้งตึก Shanghai World Financial Center ที่สูงที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ และเป็นอันดับ 4 ของโลก มองๆไปคล้ายๆกับฮ่องกงเหมือนกัน แต่ผมว่าที่นี่สวยกว่าเยอะเลย เค้าบอกว่ามองกลับจากฝั่งผู่ซีกลับไปฝั่งผู่ตงเหมือนมองย้อนกลับจากโลกอดีต ไปโลกอนาคต... เอาไว้วันหลังผมจะพาไปอนาคตแล้วมองย้อนกลับดูอดีตบ้างนะครับ

 

 

 

ด้วย ความที่อยาก จะโรแมนติกกับเค้าบ้าง... ถึงจะอยู่ตัวคนเดียวก็เหอะ อยากจะดูท้องฟ้าเปลี่ยนสีชิลๆ ถ่ายรูปสวยๆ บ่ายวันอาทิตย์วันนึงผมก็แบกกล้องและขาตั้งกล้องมุ่งตรงไปที่ The bund ครับ…

 

 

 

แต่วันนั้นผมลืมข้อเท็จจริงไปสองสามข้อ

 

ข้อหนึ่ง ประเทศจีน แม่งมีคนจีนอยู่เยอะมากกกกกกกกกกกกกก

ข้อสอง ช่วงนั้นเป็นช่วงงาน expo ที่ดึงคนจีนที่เยอะมากกกกกกกอยู่แล้ว มุ่งตรงมาที่เซี่ยงไฮ้เพื่อชมงาน expo กัน

ข้อสาม วันนั้นเป็นช่วงวันหยุดยาว วันชาติจีน… ที่ดึงคนจีนที่อยากมางาน expo ที่มีมากกกกกกกอยู่แล้ว มาช่วยเพิ่มจำนวนประชากรเซี่ยงไฮ้ให้มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกขึ้นไปอีก

 

บวกข้อเท็จจริงสามข้อนี้เข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ  

 

 

 

 

คนจีนแม่งเยอะฉิบหายยยเลยว่ะครับบบบบ

 

 

 

 

ตอนผมไปถึงมัน ประมาณสี่โมงครึ่ง ฟ้ายังสว่างอยู่ แต่พื้นที่ริมแม่น้ำทั้งหมดถูกอาเจ๊ อาโกว อากู๋ จับจองเต็มไปหมดแล้ว ผมเลยได้แต่เดินด้อมๆ มองๆ หาช่องที่พอจะแทรกตัวเข้าไปได้

 

ผมเห็นคู่รักคู่นึงพยายามจะถ่ายรูปคู่กัน เลยเข้าไปเสนอตัวช่วยถ่ายให้  ซัดไปหลายรูปอยู่…  สวีทกันไม่เกรงใจเลย แน่จริงมึงจูบกันให้ดูเลยดิ…   พอถ่ายให้จนพี่ทั้งสองพอใจ พี่เค้าก็ตอบแทนด้วยการสละที่ให้ผมเข้าไปวางขาตั้งกล้อง ส่วนพี่เค้าก็ไปหามุมอื่นถ่ายรูปกันต่อ… หรือจะไปทำอย่างอื่นผมก็ไม่สามารถจะเดาได้  


อ่า… สำเร็จแล้ว ได้มุมดีซะด้วย… แต่ว่า มันอีกเป็นชั่วโมงกว่าพระอาทิตย์จะตก… ไม่มีทางเลือกครับ ผมต้องยืนรอต่อไป ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะผมก็ถ่ายรูปเล่นไปเรื่อยๆ ยืนตากลมชิลๆไป ตอนนั้นอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อน ไม่หนาว


 

ผ่าน ไปสักสี่สิบห้านาที ฟ้าเริ่มมืด… ผมเริ่มกดชัตเตอร์บ่อยขึ้น และถึงเวลาต้องพึ่งขาตั้งกล้อง ส่วนขาตัวเองเริ่มเมื่อยแล้วแต่ยังหาที่พึ่งไม่ได้

 

พอวิวเริ่มกำลัง ได้ที่ ตึกเริ่มๆจะเปิดไฟกัน มีอาม่าอุ้มหลานเข้ามาข้างๆผม พยายามจะหามุมแทรกให้หลาน... ด้วยความสงสารเด็ก ผมเลยหุบขาตั้งกล้องให้แคบลง ซึ่งมันทำให้ความมั่นคงน้อยลงไปด้วย เพราะมันจะโคลงเคลงง่ายมาก แต่ไม่เป็นไรครับ เรารักเด็ก…

 

อาม่ามองด้วยสายตาซาบซึ้ง วางหลานลงกับพื้นตรงที่ผมขยับไว้ให้ และเดินหายไปในคลื่นมนุษย์…

 

 

 

เฮ้ย!! อาม่า ตกลงเอาเด็กมาทิ้งเหรอวะ…  ส่วนน้องคนนั้นก้อมองผมตาแป๋ว ในปากเคี้ยวอะไรก็ไม่รู้ตุ้ยๆๆ

 

 

ในขณะที่ผมกำลังมึนงงอยู่ อาม่าก็โผล่ออกมาจากฝูงคน… แต่คราวนี้อาม่าไม่ได้มาคนเดียว แกพาเด็กเล็กๆมาด้วยอีกสอง และอากงอีกคนนึง… 

โอเค ไม่ได้ทิ้งเด็ก โล่งอกไป

 

 

 

 

 

แต่มึงเอาทั้งครอบครัวยัดเข้ามาในรูเล็กๆอันนี้แล้วกูจะยืนยังไงวะครับบบบบบ

 

 

 

อาม่าจริงจังมากครับ พกแผ่นพลาสติกมาปูพื้นให้หลานทั้งสามคนนั่ง เอาขนมมาแจกให้เด็กๆกิน… นี่มันปิคนิคชัดๆ


คงจะงงใช่ไม๊ครับ ว่าจะนั่งพอได้ยังไง…

 

 

 

พอสิครับ เพราะแม่งดันผมซะแทบหลุดจากพื้นที่ที่อุส่าห์ยืนจองอยู่ตั้งเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เริ่มถ่ายรูป…   ตอนนี้ขาตั้งกล้อง tripod ของผมจะกลายเป็น monopod อยู่แล้วครับ เพราะหุบจนแทบจะตั้งไม่อยู่แล้ว ส่วนตัวผม ไม่ต้องพูดถึงครับ ไม่มีที่ยืนแล้ว เหลือแต่ที่แคบๆเอาไว้ให้ขาตั้งกล้อง (กินที่น้อยกว่าคนอีกนะ กล้องผมไม่ได้กินที่นะ) ตัวผมต้องถอยออกมาสองก้าว เวลาจะถ่ายรูปก้ออาศัยยื่นหน้าไปส่อง viewfinder จัดมุมเสร็จ ถอยออกมา แล้วค่อยยื่นมือไปกดชัตเตอร์

 

 

 

ไม่เป็นไร เรารักเด็ก เรายอมได้ เพื่ออนาคตของมนุษยชาติ…

 

 

 

ผมก็เริ่มตั้งสติ และถ่ายรูปต่อไป พยายามจับขาตั้งกล้องให้นิ่งๆไว้… เอ๊ะ… ทำไมมันสั่นๆวะ…

 

ลองใหม่ สงสัยว่ามือจะสั่น เลยตั้งให้นับเวลาถอยหลังถ่าย จะได้ไม่สั่นเพราะมือ… แต่ภาพก็ยังสั่นอยู่ดี…

 

 

ทำไมวะ…

 

 

 

พอผมก้มลงไปมองที่พื้นก็พอคำตอบ…  คุณน้องที่นั่งอยู่ที่พื้นเห็นขาตั้งกล้องผมเป็นอุปกรณ์เคาะประกอบจังหวะการชมวิวของคุณน้อง …

 

 

 

ไอ้เด็กเปรต…

 

 

 

แต่ผมยังคงใจ เย็นและก้มลงไปทำท่ากับน้องว่า อย่ามาโดนขาตั้งกล้องนะจ๊ะ ภาพสั่นพี่ไม่ว่า แต่ถ้ากล้องพี่หล่นนี่คุณน้องอาจจะโดนตีนพี่นะครับ

 

 

เมื่ออาม่าเห็น ก็เดินเข้ามา ทำท่าประมาณว่า ทำไมคุณไม่หุบขาตั้งกล้องเข้าไปอีกล่ะ…. ถ้าไม่ติดว่าถ้ากล้องหล่นแล้วมันจะพัง ผมจะหุบขาตั้งกล้องให้กล้องมันหล่นใส่หัวหลานอาม่าโชว์แล้วนะ…

 

ทีนี้อาม่าเลย ไม่ยอมถอยออกไปครับ กลายเป็นว่าจากรูเล็กๆที่ผมขยับให้น้องคนแรกเข้ามา ตอนนี้บรรจุคนเข้าไปแล้วสี่คน… และส่วนเกินคือผมนั่นเอง… ตอนนี้อาม่ารู้สึกว่าหลานๆแกนั่งไม่สบายแล้ว เพราะเบียด เลยหันมาทำหน้าไม่ค่อยพอใจใส่ผม… อ่าว สรุปกูผิดอีก… ก็ด๊ายยยยย กรูถอยให้ก็ได้ครับบบบ ถอยมาก็ยังพอถ่ายรูปได้ เพราะเด็กก็ไม่ได้บังกล้องเท่าไหร่

 

 

ปัญหาคือ… ผมไม่สามารถทำให้ไอ้เด็กเวรนี่หยุดยุ่งกับขาตั้งกล้องผมได้สักที เหมือนยิ่งห้ามก็ยิ่งยุ พอผมเริ่มออกอาการหงุดหงิด อาม่าก็หันมาทำหน้าดุใส่ผม

 

 

 

 

กูทนไม่ไหวแล้วโว้ยยยยยยยยยยยยย ผมว่าไอ้ผู้ใหญ่เหี้ยๆในสังคมทุกวันนี้เพราะมันถูกเลี้ยงมาแบบผิดๆแบบนี้น่ะแหละ!!!!

 

 

 

แต่จะตีเด็ก ต่อยคนแก่ มันก็จะแมนไปหน่อย... ยอมแพ้ก็ได้วะ… สรุปแล้วรอมาชั่วโมงกว่า… ไม่ได้ถ่ายรูปที่ต้องการ

 

 

 

สุดท้ายต้องถอยออกไปแล้วตั้งขาตั้งกล้องถ่ายจากระยะไกล… ถ่ายได้แป๊บเดียว… คุณตำรวจเดินมาไล่ว่า ตรงนี้ห้ามตั้งขาตั้งกล้อง…

 

 

 

ไม่ถ่ายแล้วก็ได้ครับวันนี้

 

 

 

กลับบ้านนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน พี่หลินมารับกูด่วนนนนนนนนนนนนนนน

 

 

 

 

 

หลังจากงาน expo จบ ผมกลับไปที่ the bund อีกครั้ง… ไม่มีคนเลยว่ะครับ!!!  แล้ววันนั้นกูไปยืนเบียดทำบ้าอะไรครับเนี่ยยยย

และวันนี้ผมไม่ได้เอากล้องมาด้วย….

 

ps. อย่างน้อยผมได้สองรูปนี้มาก็โอเคครับ ... ไหนๆก็เอามาลงแล้ว เลยใช้โอกาสนี้เปลี่ยนรูปหัว blog ซะเลย

ps.2 สำหรับคนที่อยากไปถ่ายรูป the bund ไปได้เลยครับ คนไม่ได้เยอะอย่างที่คิด ไฟจะเริ่มเปิดประมาณ 6.30pm ครับ พกขาตั้งกล้องไปก็ดีนะครับ ตึกตรงแถว the bund อลังและสวยมากๆ ให้อารมณ์เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ดี มีธนาคารกรุงเทพและตราครุฆตัวเบ้อเริ่ออยู่ด้วย

ps.3 เริ่มสังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาดู entry มากขึ้นและ แต่ว่า comment ยังเงียบกริบ แถมน้อยลงกว่าเดิมอีก  ยังไงแอบ ทิ้งรอยเท้าไว้หน่อยนะครับ เป็นกำลังใช้ให้ expat คนนี้หน่อย  ชอบไม่ชอบยังไงช่วยแนะนำหน่อยครับ


รูปที่รอดชีวิตมาจากเงื้อมมือเด็กเปรต


หลัง จากนั้นก็โดนไล่ที่ออกมา ผมไปนั่งเซ็ง สงบสติอารมณ์อยู่นาน แล้วก็ได้รูปนี้มา (สังเกตว่าคนเริ่มโล่งแล้ว ไม่น่ารีบมายืนตั้งแต่เย็นเลยกรู) หลังจากนั้นก็โดนคุณตำรวจมาไล่อยู่ีดี

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขำมาก

#16 By จุ๋ม (202.12.118.61|202.12.118.61) on 2015-01-31 19:33


อยากเห็นภาพ ตะวัน(กำลัง)ลับฟ้า ที่เซี่ยงไฮ้ ครับ big smile

แต่ไม่เอาเด็กเปรตนะ sad smile

#15 By ทิว แอด ไฟน์ on 2011-01-23 01:53

เหวอพี่ยะสงสัยจะโดนชั่งไห่นีสจัดหนักนะเนี่ย ผมอยู่มาเกือบครึ่งปีและ ไม่ได้รู้สึกแย่กับเซี่ยงไฮ้ขนาดนั้นนะครับ

เรื่องสกปรก- สกปรกจริง เพราะบ้านผมอยู่ชานเมืองเซี่ยงไฮ้ พอเลยจากถนนที่ผมอยู่ (เป็นเขตที่expatอยู่กันเยอะ) เลยเข้าไปแถวที่localหน่อย สกปรกมากกกก

เรื่องของแพง- แพงจริงจัง แพงไปทุกอย่าง... แต่อยู่ไปสักพักก็เริ่มชินละ... อันนี้เลือกไม่ได้

คนหยาบคาย- อันนี้ผมว่าไม่้่ต่างจากเมืองอื่นๆของจีน (เทียบกับกวางโจวที่ผมเคยไปทำงานมาเดือนนึงแล้วกัน) ผมว่าเหมือนๆกันแหละ ไม่แย่ไปกว่าที่อื่นเท่าไหร่

เรื่องภาษา- หาคนพูดอังกฤษได้ยาก ต้องเข้าไปในร้านใหญ่ๆเท่านั้น (expoไม่ได้ช่วยอะไรเลย) ส่วนภาษาจีน เค้ามีชั่งไห่ dialect เลยต่างจากแมนดารินทั่วๆไป (เพื่อนบอกว่าคนจีนที่พูดแมนดารินดีจริงๆต้องมาจากทางเหนือ พวกเซี่ยงไห้ กวางโจว กวางตุ้ง พูดแมนดารินไม่ค่อยได้เรื่องกันเท่าไหร่)

แต่เรื่องของเรื่อง สองสามเดือนที่ผ่านมาผมไม่ค่อยได้ใช้ชีวิตในเซี่ยงไฮ้เท่าไหร่ เพราะชีวิตมีแต่บ้านกับ office (ที่อยู่นอกเซี่ยงไฮ้) 5555

อาทิตย์หน้าได้กลับบ้านแล้ววววววว

#14 By Shanghai Expat... on 2011-01-19 21:45

พี่เกลียดเซี่ยงไฮ้ และไม่เคยนึกจะไปเหยียบอีกเลย
รวมไปถึง เห็นใจและเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของคนที่ต้องอยู่ที่นั่นมาก เพราะ

1.ประชากรของมัน เหมือนจะเจริฐแล้ว แต่ยังไม่เจริญ ทั้งกิริยา ความรู้สึก มารยาทสังคม และจิตสำนึกต่ำมาก ต่ำพอๆกับคนขับรถร่วมบ้านเราเลยเชียว

2.คนเซี่ยงไฮ้ พูดไม่รู้เรื่อง ภาษาจีนของมันจะแปลกๆ พูดไม่ชัดซักภาษา แถมชอบพูดจีนคำ อังกฤษคำ อังกฤษแบบ Tomorrow = ตู โม โร่ ของมันนั่นแหละ สุดท้าย สื่อสารกับแม่ง จะยากมาก เพราะไม่รู้มันพูดภาษาห่าอะไรอยู่

3.ในย่านธุรกิจและการค้าก้โอเคดี แต่ย่านนอกๆ สกปรกชิหาย ตลาดสดบ้านเราสะอาดกว่าละกันอ่ะ

4.ขี้โกง โก่งราคาทุกอย่างตั้งกะทิชชู่หน้าส้วมไปจนถึงน้ำอัดลม

สาปส่งและไม่คิดจะไปอีกเลย ต่อให้มึงมีตึกที่ใช้เทคโนโลยีดีที่สุดในโลกจะอวดกูก็เถอะ


อดทนต่อไปนะแบงค์นะ พี่เป็นกำลังใจให้

#13 By ใครถามยะ on 2011-01-19 14:03

@Pou; อยู่มาปีครึ่งแล้วน่าจะพูดจีนคล่องแล้วนะครับ... ด่ากลับเป็นภาษาจีนไปเลย 555 ตอนนี้ผมพูดเป็นแค่คำด่า ให้เพื่อนสอนให้ sad smile

เซี่ยงไฮ้โอเคเลยนะครับ อย่าลืมกลับมาเที่ยวอีก เสียอย่างเดียวคือของแพงมากกกก ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบิน มันสะสมได้ในกลุ่มพันธมิตรของสายการบินนั้นๆ อย่างการบินไทยก็อยู่กลุ่ม star alliance ที่สามารถสะสมร่วมกันได้ แล้วก็แลกไมล์ข้ามสายการบินกันได้ครับ อย่างผมบินbiz trip ด้วยการบินไทยตลอด แล้วก็ใช้บัตรเครดิตแบบแลกไมล์การบินไทยได้ ตอนนี้เลยไมล์เพียบเลย (แต่ที่แลกไปญี่ปุ่นคราวนี้ใช้ไมล์เก่าของ Delta ครับ)

@ส$าญ; ขอบคุณครับ... เมื่อเร็วๆนี้ผมข้ามไปอีกฝั่งมองกลับมาที่ Puxi ผมว่าสวยกว่าอีก... มัน classic ดี เอาไว้จะถ่ายรูปมาให้ดูครับ

@เม; อาม่าเค้าคงรักหลานน่ะครับ.... เรื่องลูกคนเดียวนี่คนส่วนใหญ่เค้าก็คิดกันแบบนี้นะครับ แต่พอผมถามเพื่อนคนจีน เค้าบอกว่า ไม่จิ๊งงงง ไม่จริงงงง

ส่วนสามoption นั้นพี่ขอเลือกทางแรกแล้วกันครับ 555 ไม่อยากติดคุกจีนนนนนน

#12 By Shanghai Expat... on 2011-01-17 21:44

ลืมไปได้ไงคะว่าที่นั่นคนจีนเยอะมากกกก 5555

อาม่านั่น -*-
ทำไปได้ไงเนี่ย ว่าจะไม่อัคติกับคนจีนแล้วนะ
กับไอเรื่องล้งเล้ง+เรื่องไม่เกรงใจใคร
นี่ก็มาอีกเคสและ

พี่ก็ช่างใจดีนะ เป็นเม ต่อให้จะเด็กหรือคนแก่
มันก็ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิทำอะไรตามใจชอบ

เด็กนั่นก็อีก...หรือไม่ได้พูดจีนด้วยเลยไม่เข้าใจ?
อาม่าเอ๊ย ส่งเสริมนิสัยอะไรให้เด็กเนี่ย

(หรือว่าที่เค้าพูดๆมาท่าจะจริง
ที่บอกว่า จีน จำกัดการมีลูก
พอมีลูกปุ๊บเลยโอ๋เต็มที่ เพราะมีอยู่คนเดียว เลี้ยงแบบตามใจ)

เป็นเม ถ้าเจอสถานการ์แบบนั้น มี3ตัวเลือกค่ะ
1.กลับทันที มาวันหลังก็ได้ (แต่ก็แอบเสียดาย)
2.ตีเมืองของเราคืนมา ใช้ทั้งสายตาจิกกัดและท่าทาง
นี่ที่ชั้นนะเว้ย ไม่แบ่งแล้ว คืนมาๆๆ

3. หุบขาตั้งกล้องอย่างเซ็งๆ เปลี่ยนมุมก็ได้
แต่ก่อนไป เอาขาตั้งนั่นล่ะ..
ฟาดหัวอาม่า แล้ววิ่งหนี

กร๊ากกกกก


#11 By เม on 2011-01-17 14:51

เหอๆ อุปสรรคในการถ่ายเยอะจัง

อิอิ


แต่ก้ยังมีรูปสวยๆๆ ติดไม้ติดมือกลับมา,, ^^

สวยยย ,, สมกับเปนจุดชมวิวของที่นั่นจิงๆbig smile

#10 By ช ม เ พ ลิ น * on 2011-01-17 01:55

*หงึกๆ*ที่ว่ามาก็มีเหตุผลค่ะ เพียงแต่ เฮ้ออ บอกไม่ถูก แต่ตั้งแต่อยู่มาเหนื่อยใจทุกวัน..บางคนก็มีที่รับการกระทำคนร่วมชาติไม่ได้ แต่..เค้าก็ทำ..คงไม่รู้ตัวอย่างที่ว่ามั้งค่ะ บางคนว่า เอ้อ นิสัยดีแล้วแต่ก็ เฮ้อ ไม่ต่างกัน ปลงๆ

หุย ดีจังค่ะ เสียดายไม่ได้ไปไหนบ่อยแล้วไม่แน่ใจว่าต้องสายการบินเดียวกันหรือเปล่าที่สะสมไมล์ได้? เพราะไปสายจับฉ่ายมาก เหอะๆ

ค่ะ เรียนอยู่ที่จีน จะปีครึ่งแล้วนี่ดีหน่อยมีรุ่นน้องคนไทยมาละ ไม่งั้นเป็นตัวประหลาดอยู่แถวนี้ เหอะๆ

แต่ชอบเซี่ยงไฮ้เหมือนกันค่ะ แต่เคยไปได้ไม่ถึง24ชมsad smile แค่เกือบๆเลยไม่ได้ไปไหนเท่าไหร่ ทุกวันนี้ยังเสียดายทำไมไม่เลือกเรียนที่นั้น..

แต่ก็ต้องสู้กันต่อไปอะน๊าา

#9 By maonyan on 2011-01-16 20:32

@Pou; ผมชอบที่นี่นะครับ แต่ไม่ค่อยชอบ "วัฒนธรรมจีน" สักเท่าไหร่ ผมไม่อยากจะพูดว่าไม่ชอบคนจีน เพราะสิ่งที่เค้าทำๆกัน มันก็คงเป็นสิ่งปกติในสังคมของเค้า แต่เรารับกันไม่ได้ล่ะมั้ง เพราะอย่างพวกเพื่อนคนจีนที่ผมทำงานด้วยพวกนั้นก็โอเคนะ แล้วก็รับการกระทำบางอย่างของเพื่อนร่วมชาิติไม่ได้เหมือนกัน

@11th line; ผมว่าเซี่ยงไฮ้มีเสน่ห์มากๆครับ และถ้าเป็นคนชอบถ่ายรูป ผมว่าที่นี่ถ่ายรูปสนุกมากเลย คุณสามารถเดินไปเจอตึกทันสมัยแบบ newyork ตึกทรงยุโรปโบราณ ไปจนถึงสถาปัตแบบจีนๆ
lifestyle คนก็มีตั้งแต่จีนแบบ local แท้ๆ ตามผ้าตามตึกยื่นออกมาที่ถนน (ผมโดนน้ำจากกางเกงในอาม่าหยดใส่หัวไปหลายครั้งแล้ว) ไปจนถึง ทันสมัยแบบแซงหน้ากรุงเทพไปหลายช่วงตัว

อย่างที่ตอบคุณ Pou ไปข้างบน ผมว่าถ้ายกเอาคนจีน (หมายถึงวัฒนธรรมแบบจีนๆ) ออกไป แล้วเอาคนไทยมาใส่แทน เซี่ยงไฮ้จะโคตรน่าอยู่เลย...

แต่ข้อแม้คือ เราต้องให้คนจีนทำให้มันเจริญให้เราก่อนนะครับ เพราะถ้าเป็นคนไทยมาอยู่ตั้งแต่แรก 100ปีก่อนเป็นยังไง ผมว่าวันนี้ก็คงยังไม่ต่างจากตอนนั้นมากนัก

ถ้ามีโอกาสมาbiz trip อย่าลืมมาทักทายกันนะครับ แล้วก็plan วันหยุดเ้พิ่มไว้ด้วย รอบๆเซี่ยงไฮ้ก็มีที่น่าเที่ยวอีกเยอะเลยครับ

#8 By Shanghai Expat... on 2011-01-16 11:19

ผมยังไม่เคยไป เซี่ยงไฮ้ เลย
แต่ผมมีเหตุผลของผม ว่า เซี่ยงไฮ้
อยูใน list ที่ กรูจะไปฟรี 555
เพราะประเทศแบบนี้ อย่างไร ต้องมีที่บริษัทส่งไปแหละ
มันเลยอยู่ใน list นั้น

แต่ถ้าทนไม่ไหว
ก็อาจจะต้องยอมจ่ายกันหละ
เพราะผมว่ามันมีเสน่ห์
ตรงที่วัฒนธรรมหลายๆอย่าง
มาชนกันตูมตามไปหมด

"แน่จริงมึงจูบกันให้ดูเลยดิ"
จุ๊ จุ๊ จุ๊
อย่าพูดออกไปเชียว
เดี๋ยวเขาทำจริงๆนา
555
เฮ้อ ไม่ชอบจีนเพราะคนมันนี่ละ
รูปสวยดีค่ะ เสียดายตอนไปไม่ได้ดูแม่นำ้ อยู่แต่ในรู(ซับเวย์)ลอดไปลอดมา เฮ้ออ

#6 By maonyan on 2011-01-15 22:20

@hackerlife; ขอบคุณสำหรับคำชมครับ :)

@bakabo; วันนั้นไม่เหงาครับ เพราะมีเพื่อนร่วมโลกเยอะมาก(เกิน) แต่หลังๆชอบไปเดินเล่น เห็นคนเค้ามาเป็นคู่ๆก็แอบเปลี่ยวๆเหมือนกัน 555

@keaaaa; จริงๆก็โอเคล่ะครับ มีพี่ๆเพื่อนๆน้องๆที่คอยเข้ามาประจำๆ เห็นหน้ากันทุก entry ก็ดีแล้วครับ :)

@พี่ยะ; ตอนนี้ผมเริ่มมีskillในด้านการปกป้องสิทธิของตัวเองเพิ่มขึ้นเยอะแล้วครับ แต่กลัวจะติดนิสัยกลับไปใช้ที่กรุงเทพ.. เดี๋ยวโดนสังคมรังเกียจ 555
รูปคนเยอะๆ เดินไปๆมาๆ นี่ผมถ่ายๆไปถ่ายมา ก็ชอบเองเหมือนกันนะ มันดี "จีนๆ" ดี sad smile

#5 By Shanghai Expat... on 2011-01-15 18:43

พี่ไม่รักเด็ก
เจอแบบนี้... กุจะแผ่เต็มที่ตั้งแต่อินังอาม่ามาด้อมๆมาองๆเลยเชียวแหละ


รูปสวยนะ
แต่คนเยอะชิบหาย หันเลนส์ไปทางไหน มาแต่หัวคนนิ

#4 By ใครถามยะ on 2011-01-15 17:51

สวยมาก ถ้าไม่เจอไอ้เด็กเวรคงจะสวยกว่านี้อีกหลายรูป (ฮา)

เรื่องคอมเมนท์ ชาว exteen เป็นประเภทย่องเบาเสียเยอะครับ ยังไงก็ลองคิดเสียว่าอย่างน้อยก็มีคน hit เข้ามานะ :)

อีกอย่างคือ ชาวที่ไม่ใช่ exteen ข้อนี้ผมประสบพบเจอมาเอง เมื่อรุ่นพี่ที่ออฟฟิศเก่าของผมทักว่า "วันนี้ไม่อัพบล็อกหรอ" 555+ นี่ล่ะตัวการที่ยอดเพจวิวพุ่ง sad smile

#3 By keaaaa on 2011-01-15 17:17

แย่เลย เจออาม่าแผลงฤทธิ์ใส่ซะ 5555

ภาพสวยดีนะคะ บรรยากาศน่าจะโรแมนติกสำหรับคนคู่แน่ๆเลย
เวลาไปถ่ายรูปคนเดียวแอบเหงาไหมคะ
question

#2 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2011-01-15 14:34

รูปสวยดีคับconfused smile

#1 By hackerlife on 2011-01-15 12:37