Blue Valentine

posted on 14 Feb 2011 12:58 by mypostcard in FHM
 
 กลับกรุงเทพรอบนี้ ได้โอกาสดูหนังไปหลายเรื่อง แต่เรื่องที่ประทับใจที่สุดคือ...
 
"Blue Valentine"


จาก poster หนัง อาจจะทำให้คนเข้าใจผิดได้ว่าเป็นหนังโรแมนติก... ผู้หญิงในอ้อมกอดผู้ชาย กำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ชื่อหนังยังทำเป็นรูปหัวใจซะอีก แถมข้างล่างเขียนว่า a love story...

 
 
 
 
แต่อย่าลืมนะครับว่า คำว่า Blue มันหมายถึงความเศร้า และหนังมันก็เศร้าจริงๆ... แต่ผมก็ยังอยากจะแนะนำให้คู่รักเข้าไปดูอยู่ดีนะครับ เพราะมันคือ love story จริงๆ


หนังเล่าเรื่องสองช่วงเวลาไปพร้อมๆกัน... ช่วงพบรัก และช่วงหมดรัก... มันคือ (500) days of summer เวอร์ชั่น dark แบบหม่นไปหมด ตั้งแต่เนื้อเรื่อง ไปจนถึงโทนสีของภาพ

 
หนังเรื่องนี้ถ่ายทำกับแบบ extreme ครับ... Ryan Gosling พออ่านบทแล้วบอกว่า เค้ายังคิดว่าเค้าเด็กไป และไม่อาจเข้าใจตัวละครในสถานการณ์ตอนท้ายความสัมพันธ์ได้... ผู้กำกับเลยบอกว่า งั้นถ่ายฉากตอนวัยรุ่นไว้ก่อน... อีก 6 ปีค่อยกลับมาถ่ายต่อ... บ้าดีไม๊ครับ?? (ref. จาก Bioscope ฉบับเดือนมกรา)



 
 
ตัวหนังไม่ได้อธิบายว่า จากจุดที่รัก ไปจนจุดที่หมดรัก... มันเกิดอะไรขึ้น ซึ่งผมว่ามันคือพื้นที่ ที่คนดูแต่ละคนสามารถใส่ประสบการณ์ของตัวเองเข้าไปได้...


เรื่องราวตรงกลางของแต่ละคนก็คงแตกต่างกันไป ระยะเวลาอาจจะต่างกันไป แต่จุดเริ่มและจุดจบผมว่าคงไม่ต่างกันมากนัก...



 
หนังไม่มีฉากบีบน้ำตา หรือร้องไห้ฟูมฟาย... แต่คงเป็นเพราะประสบการณ์ของผม ที่ทำให้สารจากหนังมันค่อยๆ ซึมลงไปเรื่อยๆ จนแทบจะลุกจากเก้าอี้ไม่ได้เมื่อ end credit ขึ้น





________________________________________________________

ไฟในโรงเปิดแล้ว... ผมค่อยๆเดินออกจากโรงหนัง... ระหว่างเดินลงจากบันได Lido น้ำตาผมมันก็ไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว


เพราะเรื่องนี้ด้วยมั้ง... ปีนี้ถึงเป็น Dark Valentine ของผม

 
 
ps. พอกลับมาอ่านอีกรอบแล้ว ขอedit แยกเนื้อหาส่วนแรกไปเป็นอีก entry นะครับ
 

Comment

Comment:

Tweet

#11 By สติ๊กเกอร์ไลน์ (183.89.83.82|183.89.83.82) on 2014-11-27 17:05

ประทับเรื่องนี้มากๆเช่นกันค่ะ ดูแล้วคิดว่าทั้งสองคนนั้นเป็นคู่รักกันจริงๆ อารมณ์ที่ถ่ายทอดให้แก่กันมันผ่านออกมาถึงเราได้ค่ะ ไม่น่าเชื่อว่ามันคือการแสดง
อ้อ พอดีไม่มีแฟนคะ มันก็เลยเป็นวาเลนไทน์ที่ So So Blue จริงๆ

#9 By takiki on 2011-04-30 20:39

@keaaaa; มี quota จำกัดครับ แถมค่าดูก็แพงมหาโหด ประมาณเกือบพันบาทได้

@พี่ยะ; ผมดูที่ Lido แหละครับ กลับกรุงเทพสองอาทิตย์ดูหนังโรงไป 5 เรื่อง สะใจกันไปเลย

#8 By Shanghai Expat... on 2011-02-15 19:57

ปิดกั้นสุดๆ กลับมาดูที่นี่ก้ได้มั้ง
ช่วงที่แบงค์อยู่บางกอก พี่ว่า ที่ Central World มันก็ฉายอยู่นี่นะ (?)

#7 By ใครถามยะ on 2011-02-15 13:59

ชอบตรงที่เอาไปเปรียบกับ 500 นั่นล่ะครับ

big smile

ที่นั่นเข้ารึยังครับเรื่องนี้ เคยได้ยินว่าปีนึงเขาให้หนังฝรั่งฉายได้แค่ 20 เรื่องรึไงรี่ล่ะ ใช่ไหมครับ

#6 By keaaaa on 2011-02-15 11:30

กลับมาอ่านอีกรอบแล้วรู้สึกว่าอยากจะแยกpart แรกออกไปเป็นอีก entryนึง ขออนุญาต edit นะครับพี่น้อง


@Bakabo; อาจจะไม่เศร้าขนาดนั้นก็ได้นะครับ ผมว่าขึ้นอยู่กับประสบการณ์แต่ละคนมากกว่า แต่ว่าได้ดูการแสดงดีๆแน่ๆ ลองเข้าไปดูเถอะครับ

@เม; พี่กลับมากรุงเทพสองอาทิตย์ กดไป5เรื่่องรวดที่ Lido เลย แต่เสียดาย Norwegian wood เข้าไม่ทัน อยากดูมากกกก

พี่ไม่ได้สวนกระแสนะ (เพราะการสวนกระแสก็เป็นกระแสอย่างนึง question ) ก็ดูตามที่ตัวเองอยากดูน่ะแหละ แต่poster นี่พี่ว่าไม่ล่อแหลมนะ ออกจะ romantic 555

@Dong; เนื้อหามันใกล้เคียงกัน แต่ลากเวลายาวกว่า (จนมีลูกกันแล้ว) และทั้งชีวิตและภาพของตัวละครแต่ละตัวมันหม่นกว่า 500ฯ เยอะเลยครับ

#5 By Shanghai Expat... on 2011-02-14 20:23

ดาร์คกว่า 500ฯ อีกหรอเนี้ย

#4 By dong=ดอง,โด่ง on 2011-02-14 17:47

อ้อ เปิดเอนทรีนี้มาแอบตกใจโปสเตอร์หนัง
ดูล่อแหลมพี่ลึก -_-;

#3 By เม on 2011-02-14 16:31

ไม่ได้ตามหนังเลย
ปีนี้วาเลนไทน์มีหนังเศร้าเหรอเนี่ย =[]=
ปีที่แล้วที่กระแสดีๆก็หนังแนวฮาๆนา (เรื่องValentine's Day)

เอ๊ะ!! หรือเพราะพี่แบงค์ชอบแนวสวนกระแสคะ ฮ่าๆๆ

ปล.Dark Valentineของเมน่ะ...ทุกปี sad smile

#2 By เม on 2011-02-14 16:30

เอ่อ อ่านรีวิวแล้วทั้งอยากไปดูและไม่กล้าไปดูเลย
กลัวจะร้องไห้ น้ำตาท่วมโรง sad smile

ความเหงามันทำให้ความรักมีความหมายยิ่งขึ้นคะ
Happy working day question

#1 By bakabo ลั๊ลล๊า~ on 2011-02-14 14:08